วิกฤต คือ โอกาส |
เอ็ดเวิร์ด อีแวนล์ เกิดในครอบครัวที่ยากจน เริ่มต้นเป็นคนขายหนังสือพิมพ์ต่อมาเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ในหอสมุดแห่งชาติ เขาทำงานนั้นอยู่ถึง 8 ปี จนเกิดความกล้าพอที่จะลาออกมาทำงานการค้าของตนเอง การค้าขายของเขาประสบความสำเร็จมีกำไรถึงปีละ 20 , 000 เหรียญ แต่แล้วเหตุการณ์ร้ายก็อุบัติขึ้น เขาค้ำประกันการกู้ยืมเงินให้กับเพื่อนคนหนึ่ง และเพื่อนคนนั้นล้มละลาย ในขณะเดียวกันข่าวร้ายอีกอย่างหนึ่งก็เกิดขึ้นธนาคารที่เขาฝากเงินทั้งหมดไว้ล้มลงอีก เขาไม่เพียงแต่หมดตัว กลับต้องมีหนี้สินอีก 16 , 000 เหรียญ สภาพจิตใจของเขาไม่สามารถทนต่อเหตุร้ายเหล่านั้นได้ เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ และกลายเป็นคนป่วยในที่สุด |
| |
วันหนึ่งขณะเดินไปตามถนน เขาเป็นลมล้มลงที่ข้างทางเท้าและไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้อีก เขานอนอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานอย่างที่สุด กำลังก็ลดน้อยถอยลงทุกวันผลสุดท้ายแพทย์บอกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมากไม่เกินสองสัปดาห ์
เขารีบทำพนัยกรรมและนอนรอวาระสุดท้ายของชีวิต ณ จุดนั้นเขาเริ่มรู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะเป็นทุกข์และกลุ้มใจ เขาเปลี่ยนความรู้สึกในทันทีว่า อะไรจะเกิดขึ้นก็ช่าง ขอนอนหลับให้สบายเสียที เขานอนไม่หลับมาตลอดหลายสัปดาห์ แต่พอรู้ตัวว่าจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นานเขากลับนอนเหมือนเด็กๆ ความอ่อนเพลียเริ่มหายไป อาการเบื่ออาหารก็กลายเป็นกินอร่อย |
| |
ต่อมาอีก 2-3 สัปดาห์ แทนที่จะตายเขากลับเริ่มเดินได้ และ 6 สัปดาห์ต่อมาเขาสามารถกลับไปทำงาน
ได้ตามปกติ จากที่เคยทำการค้าไม้กำไรปีละ 20 , 000 เหรียญ เขาเริ่มงานใหม่ที่มีรายได้รายเพียงสัปดาห์ละ 30 เหรียญ
เป็นงานขายไม้ประกบรถยนต์ที่บรรทุกเรือส่งไปต่างประเทศ แต่เขาก็บอกแก่ตัวเองว่า จะไม่เศร้าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
และไม่หวาดหวั่นกับอนาคต เขาใช้เวลาและสมรรถภาพทั้งหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และไม่หวาดหวั่นกับอนาคต
เขาใช้เวลาและสมรรถภาพทั้งหมดกับการค้าไม้ประกบล้อรถยนต์อย่างเดียวเท่านั้น
จากการทุ่มเททำงานทำให้เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปีเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองประธาน
ของบริษัทและเป็นหนึ่งในนักการค้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังของสหรัฐอเมริกา หากขึ้นเครื่องบินผ่านไปทางกรีนแลนด์เราจะได้เห็น
สนามบินอีแวนล์ สนามบินที่ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติประวัติสำหรับเขา |
| |
สิ่งสำคัญคือ หากวันนั้นเป็นเอ็ดเวิร์ด อีแวนล์ ไม่ได้ประจักษ์ถึงความจริงว่า เป็นความโง่แท้ๆ ที่จะมีทุกข์และได้ค้นพบว่า การมีชีวิตอยู่แต่ในห้องที่มีแต่วันนี้คือความสุขเขาคงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เป็น จากเรื่องของเอ็ดเวิร์ด คงพอสรุปได้ว่าสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่ไม่ว่าจะแย่แค่ไหนก็ยังมีคนที่แย่กว่า ลำบากกว่า และไม่ใช่สถานการณ์หรอกที่ทำร้ายเรา การเลือกตอบสนองของเราต่อสถานการณ์ต่างหากที่ทำร้ายหรือส่งเสริมเรา ในสถานการณ์ปัจจุบันปัญหาที่ต้องเผชิญอยู่มี 2 ด้านคือ ด้านส่วนตัวหรือด้านการงาน เราเลือกได้ที่จะจมกับปัญหา ปล่อยตัวเองตามยถากรรม หรือบอกกับตนเองว่ามันเป็นเพียงความไม่สะดวก วิกฤตไม่มี มีแต่ความไม่สะดวก ซึ่งเพียงหมายความว่าเราต้องทำงานหนักขึ้น ต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น |
| |
ปัจจุบันเศรษฐกิจตกต่ำ อัตราคนว่างงานสูงขึ้นและไม่มีแนวโน้มที่จะลดลงและจากผลกระทบที่เกิดขึ้น เราจะมองว่าเป็นวิกฤตหรือโอกาสก็ได้ เพราะภาวะเช่นปัจจุบันคือเวลาที่สามารถชี้ให้ลูกค้าเห็นและเข้าใจถึงความจำเป็นได้ง่ายที่สุด แท้จริงแล้ว สถานการณ์เช่นปัจจุบันจะคงอยู่ไม่นาน ถ้าเราจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น จะพบว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศของเรา เคยเกิดขึ้นแล้วกับประเทศเม็กซิโกเมื่อ 3 ปีก่อน และสถานการณ์ของเขาแย่กว่าของเรามาก อย่างไรก็ดีในตอนนี้ประเทศเม็กซิโกกำลังดีขึ้น ซึ่งก็หมายความว่าปัญหาที่เราเผชิญอยู่อีกไม่เกิน 2 ปี ทุกอย่างจะดีขึ้น คำถามก็คือ เมื่อทุกอย่างดีขึ้น เราจะดีขึ้นด้วยหรือไม่ ? ขณะนี้เรามีทางเลือกขึ้นอยู่กับเราเลือกที่จะรอให้เหตุการณ์ดีขึ้นแล้วค่อยเริ่มต้น หรือเลือกที่จะทำดีที่สุดในช่วงนี้ โดยพร้อมที่จะรับผลที่ยังไม่ดีนัก เพื่อเตรียมการสำหรับสภาวะที่ดี เลือกที่จะพบลูกค้าให้มากที่สุด ทำงานให้หนักที่สุด ในช่วงวิกฤตนี้ และเตรียมพร้อมที่จะทะยานสู่อีกระดับความสำเร็จ เมื่อทุกอย่างดีขึ้น |
| |
ในฐานะตัวแทนประกันชีวิต งานของเรามีเพียง 2 อย่างคือ ทำให้ลูกค้าเข้าใจและช่วยเขาตัดสินใจ เมื่อเขาเข้าใจ หน้าที่ต่อไปของเราคือ ทำให้เขาตัดสินใจในจุดนี้เราจะพบว่าบางคนก็ตัดสินใจทันที บางคนก็ลังเลและกังวลกับปัญหาเรื่องการจัดสรรเงินซึ่งประเด็นนี้ เราสามารถเน้นถึงความจริงที่ว่า สิ่งสำคัญกว่ามาก่อน ช่วงนี้เขาอาจจะมีเงินไม่พอสำหรับทุกอย่าง แต่สิ่งสำคัญกว่าต้องมาก่อน มีอะไรไหมที่จะสำคัญกว่าการรับรองความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคตของครอบครัว และอนาคตที่แน่นอนของตนเอง แน่นอนกว่าอาจไม่ใช่ทุกคนที่ตกลงซื้อทันที แต่แนวโน้มที่ดีก็คือเมื่อเขาเข้าใจอย่างชัดแจ้งเขาจะเป็นลูกค้าในอนาคตเมื่อเขาพร้อม อย่างลืมว่าในทุกวิกฤตแฝงไว้ด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งโอกาสที่รอคอยให้ผู้ที่จะประสบความสำเร็จมาเลือกเฟ้นและเพาะพรวนให้โอกาสนั้นเติมโตเป็นความสำเร็จ |
| |
ดังนั้นข้อคิดที่เหมาะสมอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันคือ พระเจ้าโปรดประทานความสงบทางใจ ให้ข้าพเจ้าสามารถยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนในสิ่งที่เปลี่ยนได้ และสติปัญญาที่จะรู้ว่าอะไรเปลี่ยนได้ และอะไรที่เปลี่ยนไม่ได้ |
........................................................................................................................................... |
| |
| หัวข้ออื่นๆ |
|