สร้างวิสัยทัศน์สู่ความสำเร็จ |
อดีตนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู ของประเทศสิงคโปร์ได้ตั้งวิสัยทัศน์ (เป้าหมาย) ตั้งแต่ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ว่า ต้องการให้คนสิงคโปร์มีประกันชีวิต 25 % ในวันครบรอบ 25 ปี เพราะท่านเชื่อมั่นอย่างจริงใจว่า ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของเทศใดๆ ก็แล้วแต่จะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับจำนวนประชากรที่มีประกันชีวิตและในวันครบรอบ 25 ปี (2535) ท่านภูมิใจที่คนสิงคโปร์มีประกันชีวิต 30 % |
| |
วิสัยทัศน์ คือ การมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเราอาจจะเรียกมันว่าเป้าหมาย เป้าประสงค์ หรือภาพฝันก็แล้วแต่ แต่ที่แน่นอนก็คือ มันคือองค์ประกอบสำคัญของเกือบทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นในชีวิตคนหรือในองค์กรใดๆ ก็ตาม |
| |
องค์ประกอบของความสำเร็จคือ หนึ่ง เห็นภาพตัวเองว่าสำเร็จได้ สอง เริ่มต้นทำอะไรบางอย่างกับมัน และสาม อดทนทำงานนั้นจนสำเร็จ |
| |
จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบแรกสุดก็คือ เห็น ภาพตัวเองสำเร็จได้ เมื่อคนเห็นภาพตัวเองสำเร็จได้ เห็นภาพตัวเองในอนาคตอย่างที่อยากเป็น เขาจะเริ่มต้นทำบางอย่างแล้วมันก็จะเกิดขึ้น การมองเห็นนี่เองที่เราเรียกว่าวิสัยทัศน์ นโปเลียนเคยกล่าวว่า ชนใดไร้ซึ่งวิสัยทัศน์ ชนนั้นย่อมล่มสลายในไม่ช้า เมื่อคนไม่มีเป้าหมาย คนย่อมไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าและเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเขาจะหยุดนิ่ง ถอยหลัง หรือเฝ้าแต่จดจ่อกับความหลัง กับอดีต หรือกับปัญหา |
| |
ในภาวะเศรษฐกิจเช่นปัจจุบันเราจพบว่าคนจำนวนไม่น้อยที่เสียกำลังใจ เสียความเชื่อมั่น แต่นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่พวกเราจะเติมโตอย่างก้าวกระโดดที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น และประสบความสำเร็จมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะเป็นเช่นนั้นได้เราต้องมองไปในอนาคตและตั้งเป้าหมาย และวิสัยทัศน์ ที่ชัดเจนไปสู่อนาคตอยากให้ทุกคนตั้งเป้าหมายที่จะเป็นตัวแทนมืออาชีพที่ดีที่สุด ตัวแทนมืออาชีพที่จะให้บริการลูกค้าดีที่สุด และตัวแทนมืออาชีพที่มีฐานลูกค้ามากที่สุด |
| |
เมื่อตั้งเป้าหมายแล้วสิ่งที่ตามมาก็คือแผนงาน ซึ่งแน่นอนเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดแผนงานขอเพียงแต่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและเชื่อมั่นอย่างไม่คลอนแคลนจะพบว่าเราสามารถหาวิธีที่จะทำให้มันเป็นจริงด้วยวิธีการลงมือกระทำและตรวจสอบตัวเองเป็นระยะๆ และการยืนหยัดนานพอ สิ่งที่เราตั้งใจย่อมเป็นจริงได้ ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีปัญหาคนเริ่มมีความไม่แน่ใจกับอนาคตสิ่งที่พวกเขามองหาก็คือ หลักประกันสำหรับอนาคต สิ่งที่เขามองหาคือมืออาชีพที่เขาเชื่อว่าเขาไว้วางใจได้และแน่นอนหากเราสามารถเป็นมืออาชีพคนนั้น เราจะพบว่าเราสามารถเพิ่มฐานลูกค้าอย่างมากมายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าซึ่งหมายถึงรายได้ที่มากขึ้นและความสำเร็จที่มากขึ้นด้วย อย่าลืมว่า ในทุกวิกฤตย่อมแฝงไว้ด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งโอกาส ด้วยความเชื่อมั่นในอนาคต ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และด้วยวิธีคิดที่บวกตลอดเวลา เชื่อว่าพวกเราจะสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมได้มากขึ้นอย่างแน่นอน |