มาร์ค วิคเตอร์ แฮนสัน เป็นคนหนุ่มที่ประสบความสำเร็จเร็วมากเมื่ออายุ 26 ปี เขามีธุรกิจนำหน่ายรูปปั้นที่ทำจากพีวีซีมูลค่าหลายล้านเหรียญธุรกิจของเขากำลังรุ่งเรืองแต่แล้วก็เหมือนฟ้าถล่ม ปี 1974 กลุ่มโอเปค ได้ถูกก่อตั้งขึ้นทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงทะลุเพดาน วัตถุดิบในการผลิตสินค้าของเขาซึ่งเป็นผลผลิตจากน้ำมันราคาสูงขึ้นมาก จากคนที่ประสบความสำเร็จเขากลายเป็นคนล้มละลายในชั่วข้ามคืนเขาท้อแท้และเสียความเชื่อมั่น แต่วันหนึ่งเขาได้มีโอกาสได้ฟังบิล แซนด์ กล่าวสุนทรพจน์ เขามีความรู้สึกว่า ถ้าคนจากคุกอยางบิล แซนด์ เริ่มต้นไหม่ได้เขาในฐานะคนล้มละลายก็น่าจะเริ่มต้นใหม่ได้เช่นกัน เขาบอกกับตัวเองว่าในวิกฤตน่าจะแฝงด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งโอกาส แท้จริงแล้วในวิกฤตก็น่าจะเป็นข้อดีได้ เพราะขณะนี้เขาไม่มีกิจการแล้วจึงไม่มีข้อผูกมัดใดๆ สามารถจะทำอะไรก็ได้เขาถามตัวเองว่า อยากเป็นอะไร ? คำตอบคือ เขาอยากเป็นแบบบิล แซนด์ เป็นนักเขียน นักพูด มีโอกาสเดินทางทั่วโลกสัมผัสชีวิตคนและทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ 3 แห่งเป็นกรรมการในอีก 6 บริษัท และมีโอกาสเดินทางมากกว่า 250 , 000 ไมล์ต่อปี นำข่าวสารของความรัก ความหวัง ความกล้าหาญและกำลังใจไปมอบและเป็นประโยชน์กับคนมากกว่า 1,000,000 บาท
มัลคอม เด็กหนุ่มชาวแคนนาดาที่มีฐานะดี และมีคู่หมั้นที่น่ารัก วันหนึ่งเขาพาคู่หมั้นไปเดินเล่นในป่า ระหว่างนั้นพบว่าตัวเองและคู่หมั้นอยู่ท่ามกลางฝูงหมีแม่ลูกอ่อนกับลูกของมัน แม่หมีจะฉวยเอาตัวคู่หมั้นของเขาโดยสัญชาตญาณ เขาดึงตัวเธอออกมา ทำให้แม่หมีโกรธตบกรงเล็บเข้าที่หน้าของเขา เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสและแผลลึกถึงกระดูกแม้หมอจะช่วยอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้หน้าของเขาเป็นปกติได้ ด้วยความเสียใจเขาขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงพยาบาลเพื่อฆ่าตัวตายแต่พ่อของเขาได้ขึ้นไปห้ามไว้และพูดกับเขาว่า ลูกเอ๋ย ทุกคนล้วนแต่มีแผลเป็นอยู่ทั้งสิ้น บางคนมีแผลเป็นอยู่ข้างใน ของเจ้าต่างกับคนอื่นเพียงที่แผลเป็นอยู่ข้างนอกเท่านั้น เขาเปลี่ยนใจอยู่สู้ชีวิตต่อไป ต่อมาเขาได้ฟังเทปของมาร์ค วิคเตอร์ แฮนสัน พูดถึง พอล เจฟเฟอร์ นักขายประกันชีวิต ที่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งและพบว่าประสาทหูไม่ทำงานเขาไม่สามารถได้ยินอีกต่อไปแต่เขาก็ยังคงทำงานต่อไป ให้ภรรยานัดหมายให้เขาไปพบลูกค้าตามปกติ เขาเริ่มเรียนรู้วิธีอ่านริมฝีปากเขาพบว่าการฟังไม่ได้ยินกลับเป็นข้อดี เพราะเขาต้องสนใจลูกค้ามากขึ้นและในที่สุด พอล เจฟเฟอร์ ก็กลายเป็นนักขายประกันชีวิตระดับท็อปของโลกคนหนึ่ง เด็กหนุ่มมัลคอม บอกกับตัวเองว่า ถ้าพอลทำได้เขาก็ต้องทำได้ เขาตัดสินใจสมัครเข้าทำงานขายประกันชีวิต ทุกครั้งที่โทรนัดลูกค้าเขาจะเริ่มต้นว่า คุณลูกค้าครับ ผมอาจจะดูภายนอกหน้าเกลียด แต่ภายในของผมสวยงามนะครับ ถ้าเพียงแต่ถ้าคุณจะเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้รู้จักกับผม เขาทำงานอย่างหนักและในที่สุดเขากลายเป็นยอดนักขายอันดับหนึ่งของเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา
เรื่องของทั้ง 3 คน เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าจะอยู่ในสถานะใดทุกคนยังคงมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ สำคัญอยู่ที่คนๆ นั้นยังคงมีความรู้สึกที่ดีต่อตัวเองอยู่ ถ้าเพียงแต่ยังคงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตนเองก็จะพบว่าเราสามารถเป็นเช่นบุคคลในเรื่องทั้ง 3 ที่สามารถแปรวิกฤตให้เป็นโอกาส หาจุดดีในปัญหาและสามารถพาตัวเองสู่ความสำเร็จโปรดระลึกเสมอว่า ในชีวิตนี้เสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าเสียกำลังใจ จงกล้าคิด กล้าฝัน กล้าชนะ ขอให้ทุกคนโชคดีครับ
|