วันที่ 29 สิงหาคม 2551
Username      
Password

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   
 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งไม่เพียงแต่เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน แต่ยังโชคร้ายกว่านั้น เพราะเขามีพ่อที่ขี้เมาและยังและมีทัศนคติลบอยู่ตลอดเวลา พ่อของเขาบอกกับตัวเองเสมอว่า “ คนที่เกิดในสลัมโตในสลัม ก็ต้องตายในสลัม ” ไม่แค่บอกกับตัวเอง เขายังบอกกับลูกของเขาว่า “ ลูกเอ๊ย ! ไปเรียนหนังสือทำไม อนาคตอย่างไรเสียก็ต้องจบในสลัม ฟ้าลิขิตมาแล้วว่าเราเป็นอย่างนี้ ถ้าจะให้เจ้าดี เขาให้เจ้าไปเกิดในที่ดีๆ แล้ว ” แต่เด็กหนุ่มยังโชคดีที่มีคุณแม่ที่เชื่อว่า “ เกิดที่ไหนไม่สำคัญ สำคัญว่าตั้งใจจะเป็นอะไรต่างหาก วันนี้เป็นอย่างไรไม่สำคัญ สำคัญว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่างหาก ” แล้วแม่ก็พร่ำสอนว่า “ ลูกเอ๋ย ! พระเจ้าให้เจ้าเกิดมาจนไม่ใช่ต้องการให้เจ้าล้มเหลว ท่านเพียงแต่ต้องการให้เจ้าใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นต่างหากล่ะ เจ้ารู้ไหมว่าเกิดมาจนเป็นความโชคดี เพราะวันที่เจ้าประสบความสำเร็จเจ้าจะภูมิใจได้มากกว่าคนอื่น ” พ่อพูดอย่างหนึ่ง แม่พูดอย่างหนึ่ง จะเชื่อใครดี ?

 

เราต้องเข้าใจชีวิตอย่างหนึ่งว่าจิตของคนมุ่งสู่สิ่งที่ง่ายกว่าเสมอ โดยธรรมชาติถ้าเลือกได้เราจะทำสิ่งง่ายกว่าเสมอ เชื่อพ่อง่ายกว่า เด็กหนุ่มคนนี้จึงดำเนินชีวิตตามที่พ่อสอน เขาตั้งใจเรียนสักพักหนึ่งก็คิดว่าตั้งใจเรียนไปก็เท่านั้น สุดท้ายกลายเป็นเป็นนักเรียนนักเลง ไม่นานก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียน และเมื่อเริ่มโตขึ้นออกมาทำงานนายจ้างพูดผิดหูก็ไม่เอาแล้ว ในที่สุดก็ตกงานครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งอายุถึง 35 ปี มีครอบครัว มีลูก แต่ไม่มีแม้แต่นมหรืออาหารจะให้ลูกกิน

 

มีอยู่วันหนึ่งเขาถามตัวเองว่าใช้ชีวิตแบบนี้มา 35 ปี เชื่อพ่อมา 35 ปี ไม่เห็นมีอะไรดีเลย จริงๆ แล้วเราแย่ไม่เป็นไร แต่ลูกมีพ่อที่แย่ไม่ได้เราจะเริ่มทำตามที่แม่บอกว่า “ เกิดมาจน เพียงหมายความว่าต้องทุ่มแทมากกว่าคนอื่น ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น เอาล่ะ เราจะเริ่มหางานทำใหม่ ” แล้วเขาก็เริ่มเดินหางานทำ ทุกครั้งที่ถูกปฎิเสธงานก็ท้อ แล้วก็หยุด แต่วันนั้นเขาบอกกับตัวเองว่าเขาจะพยายามให้มากขึ้น เขามาหยุดที่หน้าโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่ง เห็นเชลส์ขายรถมีคิวของตัวเอง ลูกค้าเดินเข้ามาก็ไปดูแล แล้วก็พยายามขาย เขาบอกกับตัวเองว่าขายรถคงไม่ยาก คิดว่างานแบบนี้น่าจะเป็นไปได้สำหรับเขา เขาก็เดินเข้าไปถามหาผู้จัดการเพื่อขอสมัครงาน

 

ลองนึกภาพคนหนุ่มคนหนึ่งที่มีบุคลิกโทรมๆ ตกงานมานานพอสมควรเดินมาสมัครงานคนจะให้โอกาสไหม ? ผู้จัดการถามว่าเรียนอะไรมา ? “ ไม่จบครับ ” ประสบการณ์ล่ะ เคยขายอะไรไหม ? “ ไม่เคยครับ ” “ รู้เรื่องรถไหม ?” ” ไม่รู้ครับ ” “ ขับรถเป็นไหม ” “ ไม่เป็นครับ ” “ แล้วมาทำไม ?” “ สมัครงานครับ ” ผู้จัดการตอบว่า “ ไม่รับ ” เขาก็บอกว่า “ ขอโอกาสให้ผมเถอะ ผมเชื่อว่าผมทำได้ ” เขาบอกกับตัวเองว่าเขาจะไม่รับคำว่า “ ไม่ ” เป็นคำตอบ คนที่จะเป็นนักขายที่ดีจะต้องยืนหยัดแบบนี้ ผู้จัดการปฏิเสธกี่ครั้งเขาก็ไม่ยอม ในที่สุดผู้จัดการก็บอกว่าจะให้โอกาสเขา แต่ไม่มีเงินเดือนให้ ถ้าขายได้จึงจะมีคอมมิชชั่น แล้วก็สั่งให้เขาไปเข้าคิว เขาก็รอจังหวะ พอถึงคิวของเขา เขาบอกว่าเขาจำได้แค่ว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นเชลส์ขายน้ำอัดลม หน้าตาเป็นอย่างไรจำไม่ได้ ชื่ออะไรยิ่งจำไม่ได้เลย เพราะตอนที่เริ่มต้นคุยกับลูกค้าคนนั้น เขานึกเพียงอย่างเดียวว่า “ ขายได้มีข้าวกิน ขายไม่ได้ไม่มี ” ใช้ความพยายามเท่าที่รู้พยายามที่จะขายความคิดลูกค้า และในที่สุดโชคดี เขาขายได้เย็นนั้นเขาเบิกคอมมิชชั่นล่วงหน้าแล้วก็ซื้ออาหารกลับบ้าน และเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด เขาบอกกับตัวเองว่า “ ขนาดไม่รู้อะไรเลยยังขายได้ ถ้ารู้มากกว่านี้มันน่าจะยิ่งขายได้ น่ากลัวแม่คงจะพูดถูกนะ ที่ว่าเกิดมาจนคือต้องพยายามมากกว่าคนอื่น เกิดมาจนวันหนึ่งจะภูมิใจได้มากกว่าคนอื่น ”

 

คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ตื่นเช้าขึ้นมาก็บอกว่า “ เราก็ดีได้นะ ไม่มีความรู้ยังขายได้ ถ้ามีความรู้จะเป็นอย่างไร ? ไหนๆ จะทำแล้ว ทำไมไม่ทำให้ดีที่สุดล่ะ ?” เขาเกิดแรงบันดาลใจ เดินไปเปิดห้องเก็บของและหยิบเอาเข็มกลัดเก่าๆ รูปหมายเลขหนึ่งออกมาติดที่เนคไทแล้วบอกว่า “ นี่คืออนาคตยอดนักขายหมายเลขหนึ่ง ” ฟังดูตลกและที่สำคัญคือมองไม่เห็นอนาคตแต่น่าแปลกว่า คนจะเป็นอย่างที่เขาคิด คนเชื่องอย่างไรเขาก็จะเป็นอย่างนั้น เมื่อเชื่อว่าเขาจะดีได้ เขาก็ไปทำงาน เริ่มมองหาว่าใครเป็นเชลส์ที่เก่งที่สุดในโชว์รูม เซลส์วงการทั่วไปไม่สอนคนอื่น ไม่เป็นไร เขาใช้วิธีแอบสังเกตแอบเรียนรู้ อยากจะเก่งก็หาหนังสือมาอ่านในเวลาที่ผ่าน เขาเริ่มถามตัวเองว่าทำอย่างไร เขาจะเป็นเซลส์ที่ดีได้ ? เซลส์ที่ดีจะต้องเป็นเซลส์ที่ดูแลลูกค้าอย่างดีเขาตั้งใจว่าจะดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด เขาจะเรียนรู้ว่าทำอย่างไรที่จะให้ลูกค้าประทับใจในตัวเขา เขาจะสร้างภาพตัวเองในฐานะเซลส์ที่ดีและ เก่งและรักษาภาพนั้นและพิสูจน์ว่าความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อเขาเป็นความเชื่อมั่นที่ถูกต้องเขาเชื่อ ในหลักการที่บอกว่า “ กำไรอยู่ที่ความสัมพันธ์ ไม่ใช่อยู่ที่ขายได้ ”

“ ทันทีที่คนเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตทั้งชีวิตก็เปลี่ยน !” เมื่อเวลาผ่านไป จากนักขายใหม่ๆ ที่ไม่มีพื้นฐานเลย เขาเริ่มกลายเป็นยอดนักขายอันดับหนึ่ง ของโชว์รูมที่เขาทำงาน ของเมืองที่เขาอยู่ ของรัฐและของประเทศ คนเดียวที่ทำลายสถิติของเขาได้ตลอด 11 ปีต่อมา คือตัวเขาเอง เด็กหนุ่มที่ล้มเหลวมาตลอด 35 ปี ได้รับเกียรติจารึกชื่อในหนังสือ GUINNESS BOOK OF WORLD RECORD ว่าเป็น “ สุดยอดนักขายอันดับหนึ่งตลอดกาลของโลก ชื่อ โจ จิราด ” คนๆ หนึ่งจะต่ำติดดินก็ได้ สูงสุดกู่ก็ได้ สิ่งที่ทำให้คนต่างกัน ก็คือความคิด หรือวิธีคิด ดร.สตีเวน โคเว่ ผู้เขียนหนังสือ “ นิสัย 7 ประการสำหรับผู้มีประสิทธิผลอย่างสูง ” เขียนไว้ว่า

 

“ จงระวังว่าคุณคิดอะไรอยู่ เพราะในสิ่งที่คุณคิด คุณจะทำ ”
“ จงระวังว่าคุณทำอะไร อย่างไร เพราะทำนานไป คุณจะได้รับผล และไม่เพียงแต่ได้รับผล มันจะกลายเป็นนิสัย ”
“ จงระวังนิสัยของคุณให้ดี เพราะถ้าปล่อยนานๆ ไปมันจะติดกลายเป็นสันดาน ”
“ จงระวังสันดานของคุณให้ดี เพราะมันจะกำหนดชะตาชีวิตของคุณ ”
คนเป็นองค์ประกอบของนิสัยที่สะสมมานับร้อยนับพันนิสัย
อริสโตเติล กล่าวไว้ว่า “ คนเป็นอย่างที่เขาทำซ้ำเสมอๆ ดังนั้น ความเป็นเลิศไม่ได้อยู่ที่การกระทำ แต่ความเป็นเลิศอยู่ที่นิสัย ”
ถ้าคนๆ หนึ่งเปลี่ยนวิธีคิดดังเช่นโจ จิราด จากมุมมองที่ว่า “ เกิดสลัม โตสลัม ตายสลัม ” เป็น “ เกิดมาจนต้องทุ่มเทมากกว่า เกิดมาลำบากต้องทุ่มเทมากกว่า อยากจะดีกว่าคนอื่นต้องทุ่มเทมากกว่า อยากจะสำเร็จมากกว่าคนอื่นต้องดูแลลูกค้ามากกว่าและดีกว่า ” วิธีคิดที่เปลี่ยนทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนพอพฤติกรรมเปลี่ยนผลลัพธ์ย่อมเปลี่ยนตาม ไม่เพียงแต่ผลลัพธ์เปลี่ยนนิสัยก็เปลี่ยนไปด้วย ความเชื่อมั่น พฤติกรรมต่างๆ เปลี่ยน นานๆ ไปสันดานก็เปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยนไป ปัจจุบันนี้โจ จิราด เป็นวิทยากรที่เดินทางไปทั่วโลก เพื่อแนะนำคนว่าชีวิตจะดีขึ้นได้อย่างไร ชีวิตแบบนี้เป็นชีวิตที่มีความหมาย ในอนาคตถ้าอยากมีชีวิตที่มีความหมายแบบนี้ต้องทำมากขึ้นแต่แน่นอนว่าจะไปสู่จุดนั้นต้องสำเร็จแบบโจ จิราดก่อนหรือสำเร็จในระดับหนึ่ง
ลองถามตัวเองสักนิดว่า ถ้าคนๆ หนึ่ง ล้มเหลวมา 35 ปียังดีได้แล้วเราล่ะดีได้ไหม ?

...........................................................................................................................................
 
 หัวข้ออื่นๆ
 
 
           <<view more>>
 
  นักขายมืออาชีพ
 
Copyright เกี่ยวกับกฎหมาย Legal Policy
Finansa Life Assurance Co.,Ltd. All rights reserved.
Design and Power by IT Center
You are visitor number  Since July 2005