ข้อสอบมีทั้งหมด 50 ข้อ โดยมีกฎเกณฑ์ดังนี้
          หมวดที่ 1 มี 10 ข้อ  100 คะแนน, หมวดที่ 2 มี 20 ข้อ 60 คะแนน,  หมวดที่ 3 มี 10 ข้อ 20 คะแนน,  หมวดที่ 4 มี 10 ข้อ 20 คะแนน  โดยท่านต้องทำคะแนนในหมวดที่ 1 ไม่น้อยกว่า 70 คะแนน และ ในหมวดที่ 2,3,4 รวมกันไม่น้อยกว่า 60 คะแนน ถึงจะถือว่าสอบผ่าน

กรุณาเลือกหมวดข้อสอบตามลำดับ หลังจากเลือกคำตอบในทุกข้อในแต่ละหมวดแล้ว ให้ท่านกดปุ่ม ตรวจสอบคำตอบเพื่อตรวจสอบคำตอบข้อสอบที่ท่านได้ทำไป

คุณกำลังทำข้อสอบหมวด ที่ 1 :จรรยาบรรณ และศีลธรรมตัวแทนประกันชีวิต

1. " นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตบริษัทแห่งหนึ่ง ประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยชักชวนให้เพื่อนชื่อ นาย ข. ซึ่งกำลังตกงานเนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำ มาช่วยขายประกันชีวิตให้ตน โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้านาย ข. หาลูกค้าได้ 1 ราย ตนจะจ่ายเงินให้ 1,500 บาท หลังจากที่นาย ข. หาลูกค้าได้ 2-3 ราย ก็เกิดความคิดว่า ถ้าตนเป็นตัวแทนประกันชีวิตก็คงจะได้รับผลประตอบแทนมากกว่านี้ จึงสอบเข้าเป็นตัวแทนประกันชีวิตบริษัทเดียวกับนาย ก. โดยไม่ได้บอกให้นาย ก. รู้ เมื่อนาย ก. มีลูกค้าประสงค์จะทำประกันชีวิต นาย ก. ก็ให้นาย ข. ไปช่วยอธิบายเรื่องการทำประกันชีวิตให้ลูกค้า และเมื่อลูกค้าตกลงทำประกันชีวิต นาย ข. จะให้ลูกค้ากรอกใบคำขอทำประกันชีวิตเป็นลูกค้าของตน และกลับมาบอกนาย ก. ว่าลูกค้าไม่ยอมทำประกันชีวิตแล้ว" ท่านคิดว่าการกระทำของนาย ข. ผิดจรรยาบรรณหรือไม่
ก. ผิด เพราะนาย ข. ไม่ซื่อสัตย์ต่อเพื่อนร่วมงาน
ข. ผิด เพราะนาย ข.ไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
ค. ไม่ผิด เพราะนาย ข. ไม่จำเป็นต้องบอกใครๆว่าตนเป็นตัวแทนประกันชีวิต
ง. ไม่ผิด เพราะผู้เอาประกันภัยตกลงทำประกันชีวิตกับนาย ข. เอง


2. ปัญหาที่ตัวแทนประกันชีวิตไม่มาเก็บเบี้ยประกันภัย และให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยไม่ทราบถึงผลเสียนั้น ท่านมีความเห็นว่า
ก. ตัวแทนควรแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบล่วงหน้าว่าการมาเก็บเบี้ยประกันภัย เป็นเพียงการให้บริการ ถ้าตัวแทนไม่มาเก็บเบี้ยประกันภัยตามกำหนด เป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยต้องส่งเบี้ยประกันภัยให้ถึงบริษัทฯ
ข. เป็นหน้าที่ของตัวแทนที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นหากไปเก็บบี้ยประกันภัยไม่ตรงตามกำหนด
ค. เป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณในข้อที่ไม่ให้บริการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และไม่ชี้แจงให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึงสิทธิและหน้าที่
ง. ถูกทั้ง ก. และ ค.


3. นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้ชักชวน นาย ข. ทำประกันชีวิต และ นาย ข. ได้ระบุให้ภรรยาน้อยเป็นผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ นาย ก. ได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้พี่สาวของตน ซึ่งเป็นภรรยาหลวง นาย ข. ฟัง นาย ก. กระทำผิดจรรยาบรรณอาชีพตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่
ก. ไม่ผิด เพราะ นาย ก. นำความลับของ นาย ข. ไปเล่าให้พี่สาวฟัง
ข. ไม่ผิด เพราะ นาย ก. พูดความจริงที่พึงเปิดเผยกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้
ค. ผิด เพราะ นาย ก. ไม่ซื่อสัตย์กับ นาย ข.
ง. ผิด เพราะ นาย ก. นำเรื่องซึ่งได้รับรู้มาจากใบคำขอเอาประกันชีวิตของ นาย ข. ไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่น


4. ในจรรยาบรรณของตัวแทนประกันชีวิต ข้อที่ให้เปิดเผยข้อความจริงของผู้เอาประกันภัยในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ เพื่อการพิจารณารับประกันภัย หรือเพื่อความสมบูรณ์แห่งกรมธรรม์นั้น คำว่า ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ หมายถึง
ก. ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับผู้เอาประกันภัย
ข. ทุกเรื่องที่มีตามในใบคำขอ
ค. ทุกเรื่องที่ตัวแทนประกันชีวิตทราบ
ง. ทุกเรื่องที่บริษัททราบ


5. นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้ชักชวนให้นาย ข. ให้ทำประกันชีวิตที่มีทุนประกันชีวิตสูงและซื้อสัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย จนนาย ก. ไม่มั่นใจว่าตนจะสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยได้หรือไม่ อยากทราบว่าการกระทำของนาย ข. ผิดจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิตอย่างไร
ก. ไม่ผิด เพราะช่วยให้นาย ข. ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองอย่างเพียงพอ
ข. ไม่ผิด เพราะช่วยให้กิจการของบริษัทที่ตนสังกัดเจริญเติบโต
ค. ผิด เพราะผู้เอาประกันภัยอาจไม่จำเป็นในความคุ้มครองตามที่ตัวแทนจัดหาให้
ง. ผิด เพราะให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันเกินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย


6. คุณสมบัติของการเป็นตัวแทนประกันชีวิตข้อหนึ่งบอกว่า ตัวแทนประกันชีวิตต้องมีความซื่อสัตย์ จริงใจต่อผู้เอาประกันและเพื่อนร่วมอาชีพ ข้อใดต่อไปนี้ที่จะแสดงให้เห็นว่า ตัวแทนประกันชีวิตมีความจริงใจในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย แต่ประพฤติผิดจรรยาบรรณและศีลธรรมของผู้ประกอบอาชีพตัวแทนประกันชีวิต
ก. ผู้เอาประกันภัยยังไม่มีเงินชำระเบี้ยประกันภัยของงวดถัดไป จึงเสนอให้ความช่วยเหลือโดยการพาผู้เอาประกันภัยไปกู้เงินจากบริษัท เพื่อนำมาชำระเบี้ยประกันภัย
ข. ไปบริการเก็บเบี้ยประกันภัยทุกงวดอย่างสม่ำเสมอ และคอยให้ความช่วยเหลือในการติดต่อกับบริษัทแทนผู้เอาประกันภัย
ค. เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่มีอุดมการณ์ว่าต้องสร้างสรรค์สังคม และหาวิถีทางที่จะให้กลไกของการประกันชีวิตได้รับใช้สังคมมากที่สุด โดยการชักชวนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยทำประกันชีวิตที่มีแต่ความคุ้มครองการเสียชีวิตเท่านั้น เนื่องจากเบี้ยประกันภัยต่ำ
ง. ผู้ขอเอาประกันชีวิตมีภาระต้องใช้เงินมากในขณะที่จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยงวดแรกจึงให้ความช่วยเหลือ โดยการลดค่าบำเหน็จจากเบี้ยประกันชีวิตให้ครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นการจูงใจให้ทำประกันชีวิต


7. นาย สมชาย ได้ทำประกันชีวิตไว้กับ บริษัท ก. จำกัด ต่อมานายสมชาย ได้สนิทสนมกับนางสาวสมศรี ซึ่งเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ส. จำกัด เพื่อเอาอกเอาใจนางสาวสมศรี ซึ่งนายสมชาย ทราบจากการบอกเล่าของนางสาวสมศรี ว่าเดิมเคยเป็นตัวแทนฯ ของบริษัท ก. แต่ได้ย้ายมาอยู่กับบริษัท ส. เพราะบริษัท ก. มีระบบการบริหารงานไม่ดี นายสมชายจึงบอกนางสาวสมศรี ว่าจะเลิกกรมธรรม์เดิมและทำใหม่กับบริษัทที่นางสาวสมศรีเป็นตัวแทนฯ ซึ่งนางสาวสมศรี ก็รับไปดำเนินการให้ด้วยความยินดี เพราะตนเองก็กำลังต้องการเป้าหมายยอดขายจากการกระทำดังกล่าวข้างต้น ท่านคิดว่าข้อใดเป็นการสรุปที่ถูกต้องที่สุด
ก. นางสาวสมศรี ไม่ผิดจรรยาบรรณ ตัวแทนฯ เพราะไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้นายสมชายเลิกกรมธรรม์เดิม เป็นความต้องการของนายสมชายเอง
ข. นางสาวสมศรี ผิดจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิต เพราะไม่ได้อธิบายให้ผู้เอาประกันชีวิตเข้าใจว่าจะเสียประโยชน์ หากละทิ้งกรมธรรม์เดิม
ค. นางสาวสมศรี ผิดจรรยาบรรณฯ เพราะกล่าวร้ายทับถมบริษัทประกันภัยอื่น
ง. นางสาวสมศรี ผิดจรรยาบรรณ เพราะกล่าวร้ายทับถมบริษัทประกันภัยอื่น และรวมทั้งไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดีที่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพที่จะต้องให้คำแนะนำที่ถูกต้องให้ผู้เอาประกันภัยอย่าละทิ้งกรมธรรม์เดิมอันจะทำให้ต้องเสียประโยชน์ในการทำปร


8. ข้อใดไม่ใช่จรรยาบรรณและศีลธรรมของตัวแทนประกันชีวิต
ก. รักษาความลับอันไม่ควรเปิดเผยของผู้เอาประกันภัยและของบริษัทต่อบุคคลภายนอก
ข. ยกย่องแบบประกันชีวิต และบริษัทประกันชีวิตที่ตนทำอยู่อย่างเกินความเป็นจริง
ค. ไม่แนะนะให้ผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์เก่า เพื่อทำกรมธรรม์ใหม่หากทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียผลประโยชน์
ง. ไม่กล่าวให้ร้ายทับถมตัวแทนหรือบริษัทอื่น


9. นาย ก. และ นาย ข นอกจากจะเป็นเพื่อนกันแล้ว ยังเป็นตัวแทนประกันชีวิตบริษัทเดียวกันด้วย ต่อมา นาย ก. ทราบว่า นาย ข. ได้ไปเรียนเพิ่มเติมวิชาโหราศาสตร์ เมื่อพบปะกัน นาย ก. จึงได้ต่อว่านาย ข ที่เสียเวลาเรียนเพิ่มเติมดังกล่าว ซึ่งต้องให้ระยะเวลาในการเรียน 1 เดือน เต็ม เพราะนอกจากเสียเวลาในการทำมาหากินแล้ว ยังไม่ตรงกับวิชาชีพของตัวแทนประกันชีวิต จงพิจารณาข้อความข้างล่างนี้ว่าข้อใดถูกต้องมากที่สุด
ก. การกระทำ ของ นาย ข. นั้นสมสคร เพราะถือว่าตัวแทนประกันชีวิตที่ดีนั้น ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้วิชาชีพเพิ่มเติมอยู่เสมอ
ข. การกระทำของนาย ข. นั้นไม่ผิดจรรยาบรรณ เพราะเป็นสิทธิของนาย ข. ที่จะไปเรียนหรือทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ไม่ทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียผลประโยชน์
ค. การกระทำของนาย ข. นั้นไม่สมควรเอาเยี่ยงอย่าง เพราะเสียเวลาในการทำมาหากินซึ่งขัดกับจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิต
ง. การกระทำของนาย ข. นั้นไม่ถูกต้องเพราะนอกจากจะทำให้ไม่มีเวลาในการบริการลูกค้าแล้วหลักสูตรที่เรียนก็ไม่ตรงกับความต้องการของตัวแทนที่เน้นเรื่องการขายประกันชีวิต


10. จรรยาบรรณและศีลธรรมของตัวแทนประกันชีวิตข้อใดที่ปฏิบัติได้ยากที่สุด แต่ถ้าใครปฏิบัติข้อนี้ได้อย่างแท้จริง จะได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดี และยอดเยี่ยมยิ่ง ของธุรกิจประกันภัย
ก. มีความซื่อสัตย์ต่อผู้เอาประกันภัย บริษัท และเพื่อนร่วมอาชีพ
ข. ไม่กล่าวร้ายทับถมตัวแทนประกันชีวิตหรือบริษัทอื่น
ค. รักษาความลับอันมิควรเปิดเผยของผู้เอาประกันภัยและขอบริษัทประกันภัยต่อบุคคลภายนอก
ง. ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมประเพณีอันดีงาม ทั้งธำรงไว้ซึ่งเกียรติ ศักดิ์ศรี และคุณธรรมแห่งอาชีวปฏิญาณ