ข้อสอบมีทั้งหมด 50 ข้อ โดยมีกฎเกณฑ์ดังนี้
          หมวดที่ 1 มี 10 ข้อ  100 คะแนน, หมวดที่ 2 มี 20 ข้อ 60 คะแนน,  หมวดที่ 3 มี 10 ข้อ 20 คะแนน,  หมวดที่ 4 มี 10 ข้อ 20 คะแนน  โดยท่านต้องทำคะแนนในหมวดที่ 1 ไม่น้อยกว่า 70 คะแนน และ ในหมวดที่ 2,3,4 รวมกันไม่น้อยกว่า 60 คะแนน ถึงจะถือว่าสอบผ่าน

กรุณาเลือกหมวดข้อสอบตามลำดับ หลังจากเลือกคำตอบในทุกข้อในแต่ละหมวดแล้ว ให้ท่านกดปุ่ม ตรวจสอบคำตอบเพื่อตรวจสอบคำตอบข้อสอบที่ท่านได้ทำไป

คุณกำลังทำข้อสอบหมวด ที่ 1 :จรรยาบรรณ และศีลธรรมตัวแทนประกันชีวิต

1. นาย ก. ตกลงทำประกันชีวิต และได้ชำระเบี้ยประกันผ่านนาย ข.ซึ่งเป็นตัวแทนประกันชีวิต นาย ข. เห็นว่า การชำระเบี้ยประกันภัยมีระยะเวลาผ่อนผัน 30 วัน จึงนำเงินนั้นไปใช้ส่วนตัว และนำส่งบริษัทภายหลัง โดยไม่เกินระยะเวลาผ่อนผันนั้น ท่านคิดว่าการกระทำของนาย ข. ถูกหรือไม่
ก. ถูก เนื่องจากไม่เกิดผลเสียต่อ นาย ก. และบริษัท
ข. ผิด เนื่องจากนาย ข. ไม่ซื่อสัตย์ต่อ นาย ก. และ บริษัท
ค. ผิด เนื่องจาก นาย ข. ควรบอกกล่าว นาย ก. ก่อน
ง. ไม่มีข้อถูก


2. ตัวแทนประกันชีวิตมีการให้บริการผู้เอาประกันภัยอย่างไร
ก. ให้บริการอย่างดีในปีแรก สำหรับปีต่อๆไปไม่จำเป็นแล้ว เพราะผู้เอาประกันภัยต่างก็รู้หน้าที่ของตนแล้ว
ข. ช่วยกรอกใบคำขอแทนผู้เอาประกันภัย เพื่อจะได้ไม่รบกวนเวลาผู้เอาประกันภัย และเป็นการบริการที่ดี
ค. ให้การบริการต่อผู้เอาประกันภัยที่จ่ายเบี้ยประกันภัยสูงมากกว่าที่จ่ายเบี้ยประกันภัยต่ำ ทั้งนี้เพื่อความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย
ง. ให้การบริการผู้เอาประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ


3. นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้ชักชวน นาย ข. ทำประกันชีวิต และ นาย ข. ได้ระบุให้ภรรยาน้อยเป็นผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ นาย ก. ได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้พี่สาวของตน ซึ่งเป็นภรรยาหลวง นาย ข. ฟัง นาย ก. กระทำผิดจรรยาบรรณอาชีพตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่
ก. ไม่ผิด เพราะ นาย ก. นำความลับของ นาย ข. ไปเล่าให้พี่สาวฟัง
ข. ไม่ผิด เพราะ นาย ก. พูดความจริงที่พึงเปิดเผยกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้
ค. ผิด เพราะ นาย ก. ไม่ซื่อสัตย์กับ นาย ข.
ง. ผิด เพราะ นาย ก. นำเรื่องซึ่งได้รับรู้มาจากใบคำขอเอาประกันชีวิตของ นาย ข. ไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่น


4. ในจรรยาบรรณของตัวแทนประกันชีวิต ข้อที่ให้เปิดเผยข้อความจริงของผู้เอาประกันภัยในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ เพื่อการพิจารณารับประกันภัย หรือเพื่อความสมบูรณ์แห่งกรมธรรม์นั้น คำว่า ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ หมายถึง
ก. ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับผู้เอาประกันภัย
ข. ทุกเรื่องที่มีตามในใบคำขอ
ค. ทุกเรื่องที่ตัวแทนประกันชีวิตทราบ
ง. ทุกเรื่องที่บริษัททราบ


5. นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้ชักชวนให้นาย ข. ให้ทำประกันชีวิตที่มีทุนประกันชีวิตสูงและซื้อสัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย จนนาย ก. ไม่มั่นใจว่าตนจะสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยได้หรือไม่ อยากทราบว่าการกระทำของนาย ข. ผิดจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิตอย่างไร
ก. ไม่ผิด เพราะช่วยให้นาย ข. ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองอย่างเพียงพอ
ข. ไม่ผิด เพราะช่วยให้กิจการของบริษัทที่ตนสังกัดเจริญเติบโต
ค. ผิด เพราะผู้เอาประกันภัยอาจไม่จำเป็นในความคุ้มครองตามที่ตัวแทนจัดหาให้
ง. ผิด เพราะให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันเกินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย


6. คุณสมบัติของการเป็นตัวแทนประกันชีวิตข้อหนึ่งบอกว่า ตัวแทนประกันชีวิตต้องมีความซื่อสัตย์ จริงใจต่อผู้เอาประกันและเพื่อนร่วมอาชีพ ข้อใดต่อไปนี้ที่จะแสดงให้เห็นว่า ตัวแทนประกันชีวิตมีความจริงใจในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย แต่ประพฤติผิดจรรยาบรรณและศีลธรรมของผู้ประกอบอาชีพตัวแทนประกันชีวิต
ก. ผู้เอาประกันภัยยังไม่มีเงินชำระเบี้ยประกันภัยของงวดถัดไป จึงเสนอให้ความช่วยเหลือโดยการพาผู้เอาประกันภัยไปกู้เงินจากบริษัท เพื่อนำมาชำระเบี้ยประกันภัย
ข. ไปบริการเก็บเบี้ยประกันภัยทุกงวดอย่างสม่ำเสมอ และคอยให้ความช่วยเหลือในการติดต่อกับบริษัทแทนผู้เอาประกันภัย
ค. เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่มีอุดมการณ์ว่าต้องสร้างสรรค์สังคม และหาวิถีทางที่จะให้กลไกของการประกันชีวิตได้รับใช้สังคมมากที่สุด โดยการชักชวนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยทำประกันชีวิตที่มีแต่ความคุ้มครองการเสียชีวิตเท่านั้น เนื่องจากเบี้ยประกันภัยต่ำ
ง. ผู้ขอเอาประกันชีวิตมีภาระต้องใช้เงินมากในขณะที่จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยงวดแรกจึงให้ความช่วยเหลือ โดยการลดค่าบำเหน็จจากเบี้ยประกันชีวิตให้ครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นการจูงใจให้ทำประกันชีวิต


7. บริษัทแห่งหนึ่งอยู่ในช่วงการแข่งขันผลงาน นาย ก. ซึ่งเป็นตัวแทนประกันชีวิตจึงพยายามเสนอขายกรมธรรม์ ใหม่ให้แก่ลูกค้าเก่าที่ทำ มา 2-3 ปี โดย นาย ก. ได้บอกแก่นาย ข. ลูกค้าเก่าว่ากรมธรรม์เดิมล้าสมัย กรมธรรม์แบบใหม่ ให้ผลประโยชน์ มากกว่า แต่นาย ข. บอกว่าขณะนี้เขายังไม่มีเงิน จะมีเงินอีก 2 เดือน ข้างหน้า ซึ่งจะหมดระยะเวลาแข่งขันแล้ว นาย ก. จึงแนะนำนาย ข. ให้ยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อนำเงินมาชำระเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ใหม่ การกระทำของนาย ก. ผิดจรรยาบรรณเพราะอะไร
ก. เพราะนาย ก. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
ข. เพราะนาย ก. แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อซื้อกรมธรรม์ใหม่
ค. เพราะจะทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียผลประโยชน์
ง. ข้อ ข . และค. ถูก


8. ข้อใดไม่ใช่จรรยาบรรณและศีลธรรมของตัวแทนประกันชีวิต
ก. รักษาความลับอันไม่ควรเปิดเผยของผู้เอาประกันภัยและของบริษัทต่อบุคคลภายนอก
ข. ยกย่องแบบประกันชีวิต และบริษัทประกันชีวิตที่ตนทำอยู่อย่างเกินความเป็นจริง
ค. ไม่แนะนะให้ผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์เก่า เพื่อทำกรมธรรม์ใหม่หากทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียผลประโยชน์
ง. ไม่กล่าวให้ร้ายทับถมตัวแทนหรือบริษัทอื่น


9. นาย ก. เป็นหัวหน้าหน่วยตัวแทนประกันชีวิต ของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ซึ่งนาย ก. มีหน้าที่ให้คำแนะนำความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการประกันชีวิต และเทคนิคการขายประกันชีวิตให้ตัวแทนประกันชีวิต อยู่เสมอ เพื่อให้ตัวแทนมีความรู้นำไปใช้ในการให้คำแนะนำผู้เอาประกันภัยอย่างถูกต้องที่สุด ดังนั้น นาย ก. ปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิตข้อใด
ก. มีความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนร่วมอาชีพ
ข. หมั่นศึกษาหาความรู้ในวิชาชีพเพิ่มเติมอยู่เสมอ
ค. ให้บริการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
ง. ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมประเพณีอันดีงาม


10. นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ ชอบดื่มเหล้าครั้งละมาก ๆ เป็นประจำ และมีภรรยาหลายคน เพื่อให้ช่วยบริการลูกค้า แต่ นาย ก. ก็ไม่เคยก่อความเสียหายใด ๆ แก่ผู้เอาประกันภัย รวมทั้ง ยังคงให้บริการที่ดี แก่ผู้เอาประกันภัยอย่าวสม่ำเสมอด้วย การกระทำของ นาย ก. ผิดจรรยาบรรณและศีลธรรมอาชีพตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่
ก. ไม่ผิด เพราะว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของนาย ก.
ข. ไม่ผิด เพราะว่านาย ก. ไม่ได้ก่อความเสียหายใด ๆ แก่ผู้เอาประกันภัย
ค. ผิด เพราะว่านาย ก. ไม่ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมประเพณีอันดีงาม
ง. ผิด เพราะว่า นาย ก. มีภรรยาหลายคนไม่ได้จดทะเบียนสมรส