การประกันภัยคีย์แมนสำหรับ SMEs |
คำคมในวงการประกันชีวิตที่ว่า ที่ซื้อประกันไม่ใช่เพราะใครบางคนต้องตายแต่ซื้อเพราะใครอีกหลายคนต้องมีชีวิตอยู่ |
คนที่ซื้อกรมธรรม์ประกันชิวิต ก็เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรฐานความเป็นอยู่ของครอบครัวจะ
ยังเหมือนเดิม แม้ว่าเขาต้องจากไปก่อนเวลาอันควรบริษัทก็เช่นเดียวกัน
บริษัทควรพิจารณาการรับประกันชีวิตของบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
ผลกำไรเพื่อแน่ใจว่าบริษัทยังคงมีกำไรและไม่มีผลกระทบเมื่อบุคคลสำคัญ
นั้นเสียชีวิต |
| |
| ส่วนมากธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมบุคคลสำคัญ
มักจะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ผู้ซึ่งทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ
และเงินทุนให้บริษัทจนอยู่รอดถึงทุกวันนี้ ความสำเร็จ
ของบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม มักขึ้นอยู่กับความใส่ใจ
ดูแลของเจ้าของกิจการรวมทั้งพนักงานและระดับคีย์แมนด้วย |
ประเด็นเกี่ยวกับการประกันชีวิตมักจะไม่ค่อยถูกหยิบยก
ขึ้นมาอธิปรายกันในที่ประชุมกรรมการบริษัท ไม่เคยแม้จะ
อยู่ในหัวข้อ วาระอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะในความรู้สึกนึกคิดของคนเอเชีย
ความตายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ถ้าเราแยกประเด็นทางอารมณ์ความ
รู้สึกออกไปเสีย เมื่อพูดถึงความจำเป็นต่อการอยู่รอดของบริษัท
ธุรกิจจำนวนมากจะรับมือกับปัญหาที่ต้องสูญเสียคีย์แมนได้
อย่างน้อยก็ในด้านการเงิน ถ้าซื้อประกันคีย์แมน |
ธุรกิจของคุณมีความจำเป็นต้องประกันชีวิตคีย์แมนหรือไม่?
ให้ถามตัวเองดังนี้มองในฐานะเจ้าของธุรกิจ
จะเกิดผลกระทบต่อธุรกิจของคุณอย่างไร เมื่อบุคคลสำคัญในองค์กรเสียชีวิต?
|
| สิ่งที่ต้องพิจารณา |
| >> |
การหาคนมาแทนผู้จัดการฝ่ายขายที่มีฐานลูกค้าเหนียวแน่นและรับผิดชอบในการทำธุรกิจสำคัญๆ
จำนวนมากนั้นง่ายเพียงใด |
| >> |
ถ้าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญจะหาใครมาแทนง่ายแค่ไหน |
| >> |
ค่าใช้จ่ายในการเสาะแสวงหาและว่าจ้างคนมาแทน มีแนวโน้มจะสูงขึ้นหรือไม่ ? ในภาวะที่ตลาดแรงงานขาดแคลนเช่นนี้ |
| >> |
บริษัทจะประคองตัวผ่านช่วงที่รายได้หดหายไปได้ไหม ? ก่อนที่จะหาคนมาแทนได้อย่างลงตัว ไหนจะค่าใช้จ่ายในการตั้งข้อกำหนดคุณสมบัติการคัดเลือกการฝึกอบรมคนที่จะมาแทน |
| >> |
นักลงทุนที่ซื้อหุ้นในบริษัทของคุณจะคิดไหมว่าการตายหรือความพิการของคีย์แมนจะทำให้มูลค่าหุ้นของพวกเขาลดลง ? พวกเขาจะถอนหุ้นไหม ? |
|
| |
มองด้านครอบครัวเจ้าของกิจการผลกระทบต่อครอบครัวจะเป็นอย่างไร |
| สิ่งที่ต้องพิจารณา |
| >> |
ทายาทพร้อมที่จะบริหารธุรกิจหรือไม่เมื่อเขาอายุเพิ่งย่าง 18 ปี ? |
| >> |
เจ้าหนี้จะมาหาเพราะว่าคุณได้เซ็นสัญญาค้ำประกันเงินกู้ไห้บริษัท ไหม ? |
| >> |
ครอบครัวของคุณคือผู้สืบทอดหนี้สินหรือพันธะที่มีอยู่หรือไม่ ? |
|
| |
ว่ากันว่า การรวบรวมเงินทุน 100 ล้าน ยังง่ายกว่าหาคนที่เหมาะสมมา
ดูแลจัดการเงินจำนวนนี้ตั้ง 10 เท่า การประกันภัยเจ้าของกิจการเป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว
แต่นอกเหนือจากเจ้าของแล้วใครล่ะจะถือเป็นคีย์แมนบริษัทฯ?
วิธีทดสอบได้ง่ายที่สุดก็คือดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพนักงานที่คุณคิดว่า
สำคัญลาพักร้อนยาวและยืดไปถึง 6 เดือน ธุรกิจจะสูญเสียมากไหม
จากการที่พนักงานคนนี้ไม่อยู่? ถ้าใช่ล่ะก็ เขาคือคีย์แมน! |
| |
คำถามที่เป็นเหตุเป็นผลข้อต่อไปถามว่าแล้วสูญเสียเท่าไหร่ เรื่องนี้คิดได้ง่ายๆ ถ้าความสูญเสียนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับคีย์แมน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกำไร ตัวอย่างเช่น บทบาทของผู้จัดการฝ่ายขาย
ที่มีผลต่อยอดขาย สามารถวัดได้ง่ายเช่นเดียวกับบทบาทของนักวิจัยที่มีผลต่อ
พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี หลังจากหลายปีผ่านไป |
| |
การประเมินคุณค่าของคีย์แมนที่มีต่อธุรกิจอาจจะทำแบบง่ายๆ
หรือแบบที่ซับซ้อน ส่วนใหญ่แล้ววิธีง่ายๆ ก็อาจจะพอเพียงแต่ก็จะต้องมี
ความถูกต้องแม่นยำในเรื่องของภาษี การรับรองฐานะการเงินหรือ
วัตถุประสงค์ที่สำคัญอื่นๆ การใช้วิธีประเมินคุณค่าคีย์แมนที่เหมาะสม
จะช่วยให้ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียคีย์แมนได้อย่างถูกต้อง |
| |
ขั้นต่อไป เจ้าของธุรกิจจะต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการทำประกัน
ชีวิตคีย์แมนแน่นอนว่าวงเงินประกันต้องใกล้เคียงกับคุณค่าที่ประเมิน
ได้จากคีย์แมน ตามแนวคิดที่ว่าการประกันภัยจะช่วยปกป้องความสูญเสีย
เพื่อที่บริษัทจะคงมีฐานะการเงินในระดับเดิม ไม่ถึงกับดีขึ้นแต่ต้องไม่เลวลง
ความแตกต่างของการประกันชีวิตคีย์แมนกับการประกันชีวิตส่วนบุคคลทั่วๆ ไป
เป็นไปในลักษณะที่การประกันชีวิตทั่วไป ผู้เอาประกันจะเป็นเจ้าของกรมธรรม์เองและ
ผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลในครอบครัว
เมื่อบริษัทเป็นเจ้าของกรมธรรม์คีย์แมน
ย่อมเป็นธรรมดาที่เบี้ยประกันจะนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
ในบางประเทศ กฎหมายภาษีเงินได้ระบุให้เบี้ยประกันที่บริษัทจ่าย
ให้แก่การประกันคีย์แมนจะหักลดหย่อนภาษีได้ ถ้าวัตถุประสงค์
ของการซื้อประกันเพื่อป้องกันการสูญเสียอันเนื่องมาจากการตายของคีย์แมน
โดยมี 2 เงื่อนไขคือ
|
| >> |
ผู้เอาประกันภัยต้องเป็น คนสำคัญ ของกิจการ |
| >> |
วงเงินเอาประกันจะต้องสัมพันธ์กับผลกำไร อันเกิดมาจากการทำงานของคีย์แมน |
|
| |
เห็นได้ชัดว่ามาตรการภาษีเงินได้นั้นเอื้อประโยชน์ต่อ
การประกันชีวิตคีย์แมน แต่สรรพกรก็เข้มงวดในการกำหนดวงเงินที่
จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ นี่เป็นเหตุให้เราต้องพูดถึงวิธีการประเมินคุณค่า
ของคีย์แมนอย่างถูกต้อง ซึ่งอาจจะต้องพึ่งบริการของที่ปรึกษามืออาชีพ |
| |
แบบประกันที่จะซื้อให้กับคีย์แมนก็เป็นเรื่องสำคัญ
เพราะมีกรมธรรม์มากมายหลายแบบในท้องตลาดและก็ไม่มีแบบไหน
ที่เป็นแบบ ครอบจักรวาล เพียงแบบเดียวอย่างไรก็ตามข้อที่พึงระลึกไว้เสมอก็คือ
เบี้ยประกันไม่ใช่ตัวปัญหา เบี้ยประกันเป็นเพียงเครื่องมือในการแก้ปัญหา เบี้ยประกันภัยสำหรับคีย์แมนถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ
ความเสี่ยงที่ธุรกิจจะเสียหาย กล่าวโดยสรุป การประกันคีย์แมนคือ
การซื้อเวลาสำหรับฝ่ายบริหาร ที่จะหาทางออกหลังจากการตายของคีย์แมน
เป็นการผ่อนคลายแรงแรงกดดันต่อกิจการและให้เวลาแก่ฝ่ายบริหารในการวางกลยุทธ์ใหม่
การซื้อเวลา นี้อาจจะหมายถึงความอยู่รอดของกิจการก็ได้ |
................................................................................................................................................ |
| |
| หัวข้ออื่นๆ |
|