วันที่ 8 มกราคม 2552  
Username      
Password
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

การประกันภัยคีย์แมนสำหรับ SMEs

คำคมในวงการประกันชีวิตที่ว่า “ ที่ซื้อประกันไม่ใช่เพราะใครบางคนต้องตายแต่ซื้อเพราะใครอีกหลายคนต้องมีชีวิตอยู่ ”

คนที่ซื้อกรมธรรม์ประกันชิวิต ก็เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรฐานความเป็นอยู่ของครอบครัวจะ ยังเหมือนเดิม แม้ว่าเขาต้องจากไปก่อนเวลาอันควรบริษัทก็เช่นเดียวกัน บริษัทควรพิจารณาการรับประกันชีวิตของบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ผลกำไรเพื่อแน่ใจว่าบริษัทยังคงมีกำไรและไม่มีผลกระทบเมื่อบุคคลสำคัญ นั้นเสียชีวิต
 
ส่วนมากธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมบุคคลสำคัญ มักจะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ผู้ซึ่งทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และเงินทุนให้บริษัทจนอยู่รอดถึงทุกวันนี้ ความสำเร็จ ของบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม มักขึ้นอยู่กับความใส่ใจ ดูแลของเจ้าของกิจการรวมทั้งพนักงานและระดับคีย์แมนด้วย
ประเด็นเกี่ยวกับการประกันชีวิตมักจะไม่ค่อยถูกหยิบยก ขึ้นมาอธิปรายกันในที่ประชุมกรรมการบริษัท ไม่เคยแม้จะ อยู่ในหัวข้อ “วาระอื่นๆ ” เสียด้วยซ้ำ เพราะในความรู้สึกนึกคิดของคนเอเชีย ความตายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ถ้าเราแยกประเด็นทางอารมณ์ความ รู้สึกออกไปเสีย เมื่อพูดถึงความจำเป็นต่อการอยู่รอดของบริษัท ธุรกิจจำนวนมากจะรับมือกับปัญหาที่ต้องสูญเสียคีย์แมนได้ อย่างน้อยก็ในด้านการเงิน ถ้าซื้อประกันคีย์แมน
ธุรกิจของคุณมีความจำเป็นต้องประกันชีวิตคีย์แมนหรือไม่? ให้ถามตัวเองดังนี้มองในฐานะเจ้าของธุรกิจ จะเกิดผลกระทบต่อธุรกิจของคุณอย่างไร เมื่อบุคคลสำคัญในองค์กรเสียชีวิต?
สิ่งที่ต้องพิจารณา
>> การหาคนมาแทนผู้จัดการฝ่ายขายที่มีฐานลูกค้าเหนียวแน่นและรับผิดชอบในการทำธุรกิจสำคัญๆ จำนวนมากนั้นง่ายเพียงใด
>> ถ้าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญจะหาใครมาแทนง่ายแค่ไหน
>> ค่าใช้จ่ายในการเสาะแสวงหาและว่าจ้างคนมาแทน มีแนวโน้มจะสูงขึ้นหรือไม่ ? ในภาวะที่ตลาดแรงงานขาดแคลนเช่นนี้
>> บริษัทจะประคองตัวผ่านช่วงที่รายได้หดหายไปได้ไหม ? ก่อนที่จะหาคนมาแทนได้อย่างลงตัว ไหนจะค่าใช้จ่ายในการตั้งข้อกำหนดคุณสมบัติการคัดเลือกการฝึกอบรมคนที่จะมาแทน
>> นักลงทุนที่ซื้อหุ้นในบริษัทของคุณจะคิดไหมว่าการตายหรือความพิการของคีย์แมนจะทำให้มูลค่าหุ้นของพวกเขาลดลง ? พวกเขาจะถอนหุ้นไหม ?
 

มองด้านครอบครัวเจ้าของกิจการผลกระทบต่อครอบครัวจะเป็นอย่างไร

สิ่งที่ต้องพิจารณา
>> ทายาทพร้อมที่จะบริหารธุรกิจหรือไม่เมื่อเขาอายุเพิ่งย่าง 18 ปี ?
>> เจ้าหนี้จะมาหาเพราะว่าคุณได้เซ็นสัญญาค้ำประกันเงินกู้ไห้บริษัท ไหม ?
>> ครอบครัวของคุณคือผู้สืบทอดหนี้สินหรือพันธะที่มีอยู่หรือไม่ ?
 
ว่ากันว่า “การรวบรวมเงินทุน 100 ล้าน ยังง่ายกว่าหาคนที่เหมาะสมมา ดูแลจัดการเงินจำนวนนี้ตั้ง 10 เท่า” การประกันภัยเจ้าของกิจการเป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่นอกเหนือจากเจ้าของแล้วใครล่ะจะถือเป็นคีย์แมนบริษัทฯ? วิธีทดสอบได้ง่ายที่สุดก็คือดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพนักงานที่คุณคิดว่า สำคัญลาพักร้อนยาวและยืดไปถึง 6 เดือน ธุรกิจจะสูญเสียมากไหม จากการที่พนักงานคนนี้ไม่อยู่? ถ้าใช่ล่ะก็ เขาคือคีย์แมน!
 
คำถามที่เป็นเหตุเป็นผลข้อต่อไปถามว่า”แล้วสูญเสียเท่าไหร่” เรื่องนี้คิดได้ง่ายๆ ถ้าความสูญเสียนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับคีย์แมน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกำไร ตัวอย่างเช่น บทบาทของผู้จัดการฝ่ายขาย ที่มีผลต่อยอดขาย สามารถวัดได้ง่ายเช่นเดียวกับบทบาทของนักวิจัยที่มีผลต่อ พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี หลังจากหลายปีผ่านไป
 
การประเมินคุณค่าของคีย์แมนที่มีต่อธุรกิจอาจจะทำแบบง่ายๆ หรือแบบที่ซับซ้อน ส่วนใหญ่แล้ววิธีง่ายๆ ก็อาจจะพอเพียงแต่ก็จะต้องมี ความถูกต้องแม่นยำในเรื่องของภาษี การรับรองฐานะการเงินหรือ วัตถุประสงค์ที่สำคัญอื่นๆ การใช้วิธีประเมินคุณค่าคีย์แมนที่เหมาะสม จะช่วยให้ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียคีย์แมนได้อย่างถูกต้อง
 
ขั้นต่อไป เจ้าของธุรกิจจะต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการทำประกัน ชีวิตคีย์แมนแน่นอนว่าวงเงินประกันต้องใกล้เคียงกับคุณค่าที่ประเมิน ได้จากคีย์แมน ตามแนวคิดที่ว่าการประกันภัยจะช่วยปกป้องความสูญเสีย เพื่อที่บริษัทจะคงมีฐานะการเงินในระดับเดิม ไม่ถึงกับดีขึ้นแต่ต้องไม่เลวลง ความแตกต่างของการประกันชีวิตคีย์แมนกับการประกันชีวิตส่วนบุคคลทั่วๆ ไป เป็นไปในลักษณะที่การประกันชีวิตทั่วไป ผู้เอาประกันจะเป็นเจ้าของกรมธรรม์เองและ ผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลในครอบครัว

เมื่อบริษัทเป็นเจ้าของกรมธรรม์คีย์แมน ย่อมเป็นธรรมดาที่เบี้ยประกันจะนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ในบางประเทศ กฎหมายภาษีเงินได้ระบุให้เบี้ยประกันที่บริษัทจ่าย ให้แก่การประกันคีย์แมนจะหักลดหย่อนภาษีได้ ถ้าวัตถุประสงค์ ของการซื้อประกันเพื่อป้องกันการสูญเสียอันเนื่องมาจากการตายของคีย์แมน โดยมี 2 เงื่อนไขคือ
>> ผู้เอาประกันภัยต้องเป็น “ คนสำคัญ ” ของกิจการ
>> วงเงินเอาประกันจะต้องสัมพันธ์กับผลกำไร อันเกิดมาจากการทำงานของคีย์แมน
 
เห็นได้ชัดว่ามาตรการภาษีเงินได้นั้นเอื้อประโยชน์ต่อ การประกันชีวิตคีย์แมน แต่สรรพกรก็เข้มงวดในการกำหนดวงเงินที่ จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ นี่เป็นเหตุให้เราต้องพูดถึงวิธีการประเมินคุณค่า ของคีย์แมนอย่างถูกต้อง ซึ่งอาจจะต้องพึ่งบริการของที่ปรึกษามืออาชีพ
 
แบบประกันที่จะซื้อให้กับคีย์แมนก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีกรมธรรม์มากมายหลายแบบในท้องตลาดและก็ไม่มีแบบไหน ที่เป็นแบบ “ครอบจักรวาล” เพียงแบบเดียวอย่างไรก็ตามข้อที่พึงระลึกไว้เสมอก็คือ “เบี้ยประกันไม่ใช่ตัวปัญหา เบี้ยประกันเป็นเพียงเครื่องมือในการแก้ปัญหา” เบี้ยประกันภัยสำหรับคีย์แมนถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ ความเสี่ยงที่ธุรกิจจะเสียหาย กล่าวโดยสรุป การประกันคีย์แมนคือ การซื้อเวลาสำหรับฝ่ายบริหาร ที่จะหาทางออกหลังจากการตายของคีย์แมน เป็นการผ่อนคลายแรงแรงกดดันต่อกิจการและให้เวลาแก่ฝ่ายบริหารในการวางกลยุทธ์ใหม่ “การซื้อเวลา” นี้อาจจะหมายถึงความอยู่รอดของกิจการก็ได้
................................................................................................................................................
 
 หัวข้ออื่นๆ
 
           <<view more>>
 
  นักขายมืออาชีพ
Copyright เกี่ยวกับกฎหมาย Legal Policy
Finansa Life Assurance Co.,Ltd. All rights reserved.
Design and Power by IT Center
You are visitor number  Since July 2005